โครงการน้ำหมักชีวภาพจากเศษผลไม้ และผักภายในชุมชน

(การถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน)

1.ขั้นตอนการดำเนินการทำน้ำหมักชีวภาพ

1.1 การประชุมวางแผนการดำเนินงาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2563 ซึ่งมีการประชุมที่ บ้านสายโท 7 บ้านจัทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้มีการจัดการวางแผนดำเนินการปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน ดังนี้

1.1.1 กำหนดวัตถุประสงค์ สถานที่ อุปกรณ์ อย่างชัดเจน

1.1.2 ใช้การทำงานร่วมกันช่วยกันในการดำเนินงาน ซึ่งจะมีการแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน

1.1.3 การวางแผนรายบุคคลภายในกลุ่ม โดยมีการแบ่งหน้าที่แต่ละคนอย่างชัดเจน (วางตัวบุคคล)

1.1.4 การลงมือปฏิบัติ และทำการทดลองโดยใช้ระยะเวลา 3-4 สัปดาห์

1.1.5 สรุปผล และเผยแผร่สู่ชุมชน

1.2 การจัดหาอุปกรณ์ ชึ่งได้จัดหาโดยขั้นตอน คือ

1.2.1 การลงพื้นที่สำรวจชุมชน (ผลไม้ และผัก)

– สอบถามสมาชิกในชุมชน

– สังเหตุ / สำรวจชุมชน

1.2.2 เตรียมอุปกรณ์ที่หาได้ในชุมชนที่มีราคาถูก และมีคุณภาพ

1.2.3  เช็คความพร้อมก่อนลงมือทำทุกครั้ง

2. ขั้นตอนการทำน้ำหมักชีวภาพ ประสิทธิภาพ

การดำเนินการในเดือนกรกฎาคม ได้มีการประชุมกันภายในกลุ่มย่อย(กลุ่มน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้)เพื่อคิดค้นและทดลองสูตรน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ โดยได้เริ่มเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ในวันที่3 กรกฎาคม 2563 เริ่มทดลองสูตรดังนี้

สูตรน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้ (สำหรับถังหมัก 15 ลิตร)

  1. ฟักทอง (1 ผล)           800 กรัม
  2. ปลีกล้วย (1 ปลี)         1000 กรัม
  3. สับปะรด (2 ผล)         700 กรัม
  4. มะเฟือง (5 ผล)           500 กรัม
  5. แก้วมังกร (2 ผล)         500 กรัม
  6. น้ำตาล                         500 กรัม
  7. น้ำ                                 11 ลิตร

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้

  1. สับผลไม้เป็นชิ้นๆ ไม่เล็กมาก (ไม่ต้องปอกเปลือก)
  2. เอาผลไม้ที่สับเสร็จแล้วลงในถังหมักที่ได้เตรียมไว้
  3. เติมน้ำตาลและเติมน้ำเปล่าตามลงไป จากนั้นกวนทุกอย่างให้เข้ากันเพื่อให้น้ำตาลละลายปิดฝาถัง
  4. ใช้เวลาหมัก 1 เดือน โดยเปิดกวนสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันและไล่แก๊สออก
  5. หมักจนครบ 1 เดือนแล้วกรองเอากากออกด้วยตะแกรง จากนั้นกรอกน้ำหมักผลไม้ที่ได้ใส่ขวดหรือแกนลอนปิดฝาให้มิดชิดสามารถนำไปใช้ได้เลย

วิธีการใช้น้ำหมักผลไม้ (สูตรทดลอง)

เนื่องจากน้ำหมักผลไม้มีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งการนำมาใช้กับพืชควรมีการเจือจางน้ำในอัตราส่วน 1:1000 หรือ 1:500 ก่อนนำไปใช้

ฉีดพ่นทางดิน

  1. อัตราส่วน 100 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ; รดราดทางดินหรือพ่นลงในแปลงก่อนไถกลบ การขังน้ำในนาเพื่อให้ตอซังข้าวเร่งการย่อยสลาย
  2. 10 ลิตร ต่อ 1 ไร่ ; ผสมกับน้ำที่อยู่ในนา เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีลงไปในดินและทำให้ดินร่วนซุย
  3. 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ; รดราดโคนต้นพืชที่โตแล้ว เช่น มะม่วง มะละกอ กล้วย ทุเรียน ฯ

ฉีดพ่นทางใบ

อัตราส่วน 20 มิลลิลิตร  ต่อน้ำ 20 ลิตร ;  พ่นทางใบพืชได้ทุกชนิด โดยให้ใช้ทุก ๆ 5-7 วัน และสามารถใช้ผสมไปกับปุ๋ยน้ำตัวอื่นหรือเชื้อราชีวภาพกำจัดศัตรูพืชกำจัดหนอนเพลี้ยได้

การใช้ทางน้ำ

1 ลิตร ใส่ในบ่อเลี้ยงสัตน์น้ำ เช่น กถ้ง หอย ปู ปลา กบ ฯลฯ ขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร ทุก 7-10 วัน จะช่วยให้น้ำไม่เน่าเสียง่าย สัตว์จะไม่เป็นแผล ไม่ต้องถ่ายน้ำบ่อย ช่วยลดกลิ่นได้

3. การถ่ายทอดความรู้ความรู้สู่ชุมชน

3.1 ประสานงานผ่านผู้นำหมู่บ้าน ให้ผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมถ่ายทอดความรู้

3.2 อธิบายขั้นตอนการทำ/ ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาให้ดู / ผลที่ได้จากการใช้ (ศึกษามาแล้ว)

3.3 แลกเปลี่ยนความรู้กับคนในชุมชน และสรุปผล

4. ผลการดำเนินงานถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน 

– ระยะเวลาในการจัดทำโครงการ 4 เดือนเริ่มจากวันเดิน มิถุนายน – กันยายน

– คนในชุมชนให้ความร่วมมือกัน ทุกคน และเต็มที่รวมถึงผู้นำชุมชน

– การถ่ายทอดความรู้ทำให้คนในชุมชนเข้าใจง่ายและรู้ถึงวิธีการอย่างละเอียด

– สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช่ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ และพื้นที่นั้นๆ ได้

 

 

 

Tags:

อื่นๆ

เมนู
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com